ทำความรู้จักการกินอาหาร KETO


ทำความรู้จักการกินอาหาร KETO

หลายๆ คนยังสงสัยอยู่ว่าการกินอาหารคีโตคืออะไร วันนี้เราจะพาเพื่อนๆ มา ทำความรู้จักการกินอาหาร KETO กันค่ะ เพราะในช่วงนี้มาแรงมากๆ ซึ่งในตอนนี้กระแสการกินแบบใหม่ที่ช่วยลดน้ำหนักที่กำลังได้รับความนิยมนั่นคือ คีโตเจนิก ก็คือยิ่งกินไขมันมากเท่าไหร่น้ำหนักก็ยิ่งลด กินไขมันแล้วจะไปลดไขมันด้วยกันได้จริงเหรอ?  เราจึงจะสรุปมาให้เพื่อนๆได้คลายข้อสงสัยมาฝากกันค่ะ

ทำความรู้จักการกินอาหาร KETO

คีโตเจนิก ไดเอต คืออะไร

การกินอาหารแบบคีโตเจนิก ไดเอต (Ketogenic Diet) คือการกินที่เน้นไขมันสูง รองมาด้วยโปรตีน     โดยลดคาร์โบไฮเดรตให้เหลือในปริมาณที่น้อยมากๆ ลดการบริโภคคาร์โบไฮเดรตและน้ำตาลให้น้อย แต่ให้แทนที่ด้วยไขมันทั้งจากพืชและสัตว์แทน

กินไขมันแล้วลจะช่วยลดน้ำหนักได้จริงหรือเปล่า?

คำตอบคือเมื่อเราลดปริมาณการกินคาร์โบไฮเดรตและน้ำตาลลงอย่างมาก ร่างกายอันน่าทึ่งของเราจากเดิมที่เคยนำกลูโคสในเลือดที่มาจากอาหารจำพวกคาร์โบไฮเดรต น้ำตาล มาใช้เป็นพลังงาน ร่างกายจำต้องหาแหล่งพลังงานอื่นมาแทนที่ นั่นคือมาจากไขมันนั่นเอง กระบวนการนี้ก่อให้เกิดสภาวะการเผาผลาญที่เรียกว่า คีโตสิส (Ketosis) ทำให้เกิดสารที่เรียกว่า คีโตน (Ketone) ในตับ โดยหลังจากเริ่มการกินแบบคีโตเจนิกไปหลายวันหรือหลายสัปดาห์ ร่างกายและสมองอาจรู้สึกอ่อนล้า   เหนื่อยง่าย มีกลิ่นปาก แต่จะค่อยๆ ปรับจนสามารถนำไขมันและคีโตนมาใช้เป็นพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพแทนที่คาร์โบไฮเดรตนั่นเอง หรือเรียกง่ายๆ คือการเปลี่ยนร่างกายให้กลายเป็นเครื่องจักรกลเผาผลาญไขมันให้เป็นพลังงานในตัวเองนั่นเอง

แล้วเราต้องเลือกกินอย่างไร

แล้วเราต้องเลือกกินอย่างไร

เริ่มโดยพยายามกินไขมันต่างชนิดควบคู่กันไป เช่น ไขมันจากเนื้อสัตว์ เนื้อติดมัน ไขมันจากพืช เนย ชีส น้ำมันหมู น้ำมันมะพร้าว น้ำมันมะกอก อาหารจำพวกถั่ว เป็นต้น นอกจากนี้ สามารถเลือกกินเนื้อสัตว์และไข่ได้ แต่ในปริมาณที่เหมาะสม เน้นการกินผัก โดยเฉพาะจำพวกผักใบเขียว สามารถรับประทานอาหารที่ทำจากนม (แต่ควรเลี่ยงดื่มนม) โดยเน้นจำพวกที่ไม่พร่องมันเนย ดังนั้นเราสามารถสั่งกาแฟใส่ครีมแท้ (ครีมจริงๆ ที่ไม่ใช่คอฟฟีเมตนะ) แต่ที่ว่ามานี้ไม่รวมชีสเค้ก ชานมไข่มุก ชาเย็น หรือเวลาว่างกินเพลินๆ ก็คงจะเป็นการกินถั่วและธัญพืชอย่างแมคคาเดเมีย หรืออัลมอนด์ ที่ทั้งมันและอร่อยเชียวนะ

สิ่งที่ต้องเลี่ยงในการกินคีโต

ควรเลี่ยงอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตและน้ำตาลสูงเป็นหลัก อาหารจำพวกข้าวและแป้งต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นข้าวบาร์เลย์, ข้าวสาลี, ข้าวไรย์, ข้าวโพด, ข้าวโอ๊ต เป็นต้น รวมไปถึงข้าวเจ้าที่เรากินกันอยู่ทุกวันเช่นกัน (รวมข้าวต้มและโจ๊กด้วยนะ) และผลิตภัณฑ์จากข้าวต่างๆ ทั้งพาสต้า, พิซซ่า, คุกกี้, ขนมปัง, เค้ก ถ้าเลี่ยงได้ก็จะดี    เพราะอย่าลืมว่าเรากำลังลดคาร์โบไฮเดรตอยู่ นอกจากนี้ ควรเลี่ยงอาหารแปรรูปจำพวกไส้กรอก หมูยอ ลูกชิ้น เนื่องจากมักมีสารสังเคราะห์ ไปจนถึงแป้งที่มักเป็นส่วนประกอบหนึ่งของการผลิต ที่สำคัญสิ่งหนึ่งที่เราจะลืมไม่ได้คือไขมันทรานส์ เพราะถึงแม้ว่าการกินแบบ Ketogenic จะเน้นให้กินแต่ไขมัน แต่ควรเป็นไขมันที่มาจากไขมันสัตว์ หรือพืชอย่างอะโวคาโด เป็นต้น นอกจากนี้ สายไดเอทมักคิดว่า การลดน้ำหนักกินน้ำผลไม้แทนก็ได้ แต่ลืมคิดไปว่าผลไม้และน้ำผลไม้มักมีน้ำตาลสูง โดยเฉพาะน้ำสับปะรด แตงโม กล้วย หรือมะม่วงสุก รวมถึงผลไม้อบแห้ง แช่อิ่ม และดองต่างๆก็ด้วยนะคะ ควรกินในปริมาณที่พอเหมาะหรือน้อยมากๆจะดีที่สุด

สิ่งที่ต้องเลี่ยงในการกินคีโต

การกินแบบคีโตเจนิกนั้นอาจเหมาะกับผู้ที่รักการกินไขมันอย่างเอร็ดอร่อยมากกว่าสายคลีน แต่ไม่ใช่ทุกคนที่จะสนุกกับการกินไขมันในปริมาณเยอะในแต่ละวัน การกินแบบนี้ก็มีข้อควรระวังที่เราต้องรู้เช่นกัน

  • อาจจะทำให้เกิดการคลื่นไส้อาเจียน เบื่องอาหาร ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย นอนไม่หลับ มีอาการท้องผูก ในระยะแรกๆ เพราะการจำกัดอาหารหรือใช้วิธี ลดน้ำหนักแบบเร่งรัดอาจจะทำให้เราขาดสารอาหารบางชนิด รวมทั้ง วิตามินและแร่ธาตุอีกด้วย

ทำความรู้จักการกินอาหาร KETO จากที่กล่าวมาข้างต้นนี้ เหมือนจะเป็นอีกทางเลือกที่จะทำให้เรามีหุ่นที่ผอมเพรียวตามฉบับที่เราต้องการ แต่อยากให้เพื่อนที่เป็นสายคีโตเจนิคมีความมั่นใจก่อนว่าร่างกายของเราสมบูรณ์แข็งแรงและมีความพร้อมกับการกินสายนี้ ที่สำคัญเราควรไปตรวจสุขภาพ และปรึกษาแพทย์เพื่อจะได้ขอคำแนะนำก่อนที่จะเริ่มกินคีโต หลักๆ คือเราควรกินอาหารให้ครบ 5 หมู่ ที่พอเหมาะพอดี ถูกต้องตามหลักโภชนาการด้วยนะคะ เพื่อความปลอดภัยของตัวเราเองค่ะ

ทำความรู้จักโรคไต ซึ่งเกิดจาก ความผิดปกติของไตที่ไม่สามารถกำจัดของเสียออกจากร่างกายได้ โดยปกติทั่วไปไตมีหน้าที่คัดกรองสารอาหารต่าง ๆ ดังนั้นเราจึงอาหารที่ควรกินสำหรับผู้ป่วยไตมาแนะนำ

ประโยชน์ของมันฝรั่ง หลายคนอาจไม่เคยรู้ หากพูดถึงมันฝรั่ง เรามักจะคุ้นเคยกับมันฝรั่งทอดในรูปแบบของขนมกรุบกรอบ หรือเฟรนซ์ฟราย ที่ใครหลายๆ คนก็มองว่าเป็นตัวร้ายทำลายสุขภาพ แต่แท้จริงแล้วมันฝรั่งมีประโยชน์มากกว่าที่เรารู้ๆ กัน และมันก็ไม่ใช่ตัวร้ายอย่างที่คิดด้วย จะมีประโยชน์อะไรบ้างนั้น ไปดูกันเลยค่ะ